
Open Goals คือเป้าหมายที่ไม่มีเส้นชัยหรือเกณฑ์วัดผลตายตัว แต่เป็นเป้าหมายที่มุ่งเน้นไปที่ กระบวนการและประสบการณ์ มากกว่าผลลัพธ์
1. Open Goals คืออะไร?
Open Goals คือเป้าหมายที่ไม่มีเส้นชัยหรือเกณฑ์วัดผลตายตัว ไม่ใช่การตั้งเป้าว่าจะ "ลดน้ำหนักให้ได้ 5 กิโล" หรือ "วิ่งให้ได้ 10 กิโลเมตร" แต่เป็นเป้าหมายที่มุ่งเน้นไปที่ กระบวนการและประสบการณ์ มากกว่าผลลัพธ์
ตัวอย่างเปรียบเทียบ
เป้าหมายแบบปิด (Closed/SMART) | เป้าหมายแบบเปิด (Open) |
|---|---|
วิ่งให้ได้ 10 กม. ภายใน 3 เดือน | "มาดูกันว่าวันนี้ฉันจะรู้สึกดีแค่ไหนหลังจากออกไปเคลื่อนไหวร่างกาย" |
ลดน้ำหนักให้ได้ 5 กิโล | "สำรวจว่าการกินอาหารประเภทไหนที่ทำให้ฉันมีพลังมากขึ้น" |
อ่านหนังสือให้ได้ 20 เล่มในปีนี้ | "เปิดใจเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ผ่านการอ่านทุกสัปดาห์" |
2. ข้อดีตามหลักจิตวิทยา
งานวิจัยในสาขา จิตวิทยาเชิงบวกและการกำหนดเป้าหมายแบบปรับตัว (Adaptive Goal Setting) พบว่า Open Goals มีข้อดีดังนี้:
ลดความกลัวความล้มเหลว: เมื่อไม่มีเส้นชัยที่ตายตัว คุณจะไม่รู้สึกว่าล้มเหลวแม้ว่าจะทำได้แค่นิดเดียว เพราะทุกก้าวคือความสำเร็จในตัวเอง
เพิ่มแรงจูงใจระยะยาว: เพราะไม่มีความรู้สึก "ทำเสร็จแล้ว" ที่ทำให้หยุดทำต่อ แต่เป็นการเดินทางที่ไม่มีที่สิ้นสุด
ลดอารมณ์ด้านลบ: งานวิจัยที่ผมกล่าวถึงก่อนหน้านี้พบว่าเป้าหมายที่สูงและเฉพาะเจาะจงทำให้อารมณ์เสียและความภูมิใจในตนเองลดลงเมื่อล้มเหลว ขณะที่ Open Goals ช่วยปกป้องจิตใจจากผลกระทบนี้
ส่งเสริมความยืดหยุ่น (Flexibility): คุณสามารถปรับเปลี่ยนทิศทางได้ตลอดตามสถานการณ์ โดยไม่รู้สึกว่ากำลัง "ผิดแผน"
3. ประเภทของ Open Goals
นักจิตวิทยาจำแนก Open Goals ออกเป็น 3 ประเภทหลัก:
เป้าหมายเชิงสำรวจ (Exploratory Goals): มุ่งเน้นการค้นพบ เช่น "ลองทำกิจกรรมใหม่ๆ ที่ฉันไม่เคยทำเดือนละครั้ง"
เป้าหมายเชิงกระบวนการ (Process Goals): มุ่งเน้นการทำกิจวัตรประจำวัน โดยไม่ยึดติดกับผลลัพธ์ เช่น "ออกกำลังกายอย่างน้อย 3 ครั้งต่อสัปดาห์ โดยไม่สนใจว่าน้ำหนักจะลดหรือไม่"
เป้าหมายเชิงคุณค่า (Value-Based Goals): มุ่งเน้นการใช้ชีวิตสอดคล้องกับค่านิยมส่วนตัว เช่น "ใช้เวลากับครอบครัวให้มากขึ้น โดยไม่ต้องมีเกณฑ์ว่ามากแค่ไหนถึงจะพอ"
4. ข้อควรระวัง
Open Goals ไม่ใช่ทางเลือกที่เหมาะกับทุกสถานการณ์:
ในงานที่มีกำหนดส่งชัดเจน (เช่น โครงการที่ต้องส่งภายในวันที่กำหนด) คุณยังคงต้องใช้เป้าหมายแบบปิด
บางคนอาจรู้สึก "ไร้ทิศทาง" หากไม่มีการวัดผลใดๆ เลย แนวทางที่ดีคือการ ผสมผสาน เช่น ใช้ Open Goals สำหรับเรื่องสุขภาพและความสุขส่วนตัว แต่ใช้ SMART สำหรับงานที่มีเดดไลน์
อาจวัดความก้าวหน้าได้ยาก หากคุณต้องการเห็นพัฒนาการที่ชัดเจน ควรมีวิธีบันทึกความรู้สึกหรือประสบการณ์แทนการนับตัวเลข
5. วิธีเริ่มต้นตั้ง Open Goals อย่างง่าย
ลองถามตัวเองด้วยคำถามเหล่านี้แทนการตั้งตัวเลข:
"วันนี้ฉันอยากรู้สึกอะไรหลังจากทำสิ่งนี้?"
"อะไรที่ทำให้ฉันรู้สึกมีชีวิตชีวา และฉันจะทำมันบ่อยขึ้นได้อย่างไร?"
"ถ้าไม่มีใครตัดสินฉัน ฉันจะทำอะไร?"
จากนั้นเขียนเป้าหมายในรูปแบบประโยคที่เริ่มด้วยคำว่า "สำรวจ...", "เปิดรับ...", หรือ "ค้นพบ..." แทนที่จะเริ่มด้วย "ต้อง" หรือ "ทำให้ได้"
แหล่งอ้างอิง:
Swann, C., Hooper, A., Schweickle, M. J., & Vella, S. A. (2020). Defining open goals for the promotion of health behaviours: a critical conceptual review. Health Psychology Review, 14(4), 443-461.
Pietsch, S., Smith, G., & Hagger, M. S. (2024). SMART goals are no more effective for creative performance than do-your-best goals or non-specific, exploratory ‘open goals’. Educational Psychology, 1-19.
Swann, C., & Vella, S. A. (2021). Promoting physical activity with open goals: A pilot randomised controlled trial. Psychology of Sport and Exercise, 57, 102047.
Hawkins, R. M., Swann, C., & Jackman, P. C. (2025). The effects of open and SMART goals on physical activity and psychological outcomes over one week: a multiple methods study. International Journal of Sport and Exercise Psychology, 1-19.
Image: Pexels.com