← Back to Home

Admin · July 8, 2026 · 2

การตั้งเป้าหมายแบบเปิด (Open Goals)

การตั้งเป้าหมายแบบเปิด (Open Goals)

Open Goals คือเป้าหมายที่ไม่มีเส้นชัยหรือเกณฑ์วัดผลตายตัว แต่เป็นเป้าหมายที่มุ่งเน้นไปที่ กระบวนการและประสบการณ์ มากกว่าผลลัพธ์

1. Open Goals คืออะไร?

Open Goals คือเป้าหมายที่ไม่มีเส้นชัยหรือเกณฑ์วัดผลตายตัว ไม่ใช่การตั้งเป้าว่าจะ "ลดน้ำหนักให้ได้ 5 กิโล" หรือ "วิ่งให้ได้ 10 กิโลเมตร" แต่เป็นเป้าหมายที่มุ่งเน้นไปที่ กระบวนการและประสบการณ์ มากกว่าผลลัพธ์

ตัวอย่างเปรียบเทียบ

เป้าหมายแบบปิด (Closed/SMART)

เป้าหมายแบบเปิด (Open)

วิ่งให้ได้ 10 กม. ภายใน 3 เดือน

"มาดูกันว่าวันนี้ฉันจะรู้สึกดีแค่ไหนหลังจากออกไปเคลื่อนไหวร่างกาย"

ลดน้ำหนักให้ได้ 5 กิโล

"สำรวจว่าการกินอาหารประเภทไหนที่ทำให้ฉันมีพลังมากขึ้น"

อ่านหนังสือให้ได้ 20 เล่มในปีนี้

"เปิดใจเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ผ่านการอ่านทุกสัปดาห์"


2. ข้อดีตามหลักจิตวิทยา

งานวิจัยในสาขา จิตวิทยาเชิงบวกและการกำหนดเป้าหมายแบบปรับตัว (Adaptive Goal Setting) พบว่า Open Goals มีข้อดีดังนี้:

  • ลดความกลัวความล้มเหลว: เมื่อไม่มีเส้นชัยที่ตายตัว คุณจะไม่รู้สึกว่าล้มเหลวแม้ว่าจะทำได้แค่นิดเดียว เพราะทุกก้าวคือความสำเร็จในตัวเอง

  • เพิ่มแรงจูงใจระยะยาว: เพราะไม่มีความรู้สึก "ทำเสร็จแล้ว" ที่ทำให้หยุดทำต่อ แต่เป็นการเดินทางที่ไม่มีที่สิ้นสุด

  • ลดอารมณ์ด้านลบ: งานวิจัยที่ผมกล่าวถึงก่อนหน้านี้พบว่าเป้าหมายที่สูงและเฉพาะเจาะจงทำให้อารมณ์เสียและความภูมิใจในตนเองลดลงเมื่อล้มเหลว ขณะที่ Open Goals ช่วยปกป้องจิตใจจากผลกระทบนี้

  • ส่งเสริมความยืดหยุ่น (Flexibility): คุณสามารถปรับเปลี่ยนทิศทางได้ตลอดตามสถานการณ์ โดยไม่รู้สึกว่ากำลัง "ผิดแผน"


3. ประเภทของ Open Goals

นักจิตวิทยาจำแนก Open Goals ออกเป็น 3 ประเภทหลัก:

  1. เป้าหมายเชิงสำรวจ (Exploratory Goals): มุ่งเน้นการค้นพบ เช่น "ลองทำกิจกรรมใหม่ๆ ที่ฉันไม่เคยทำเดือนละครั้ง"

  2. เป้าหมายเชิงกระบวนการ (Process Goals): มุ่งเน้นการทำกิจวัตรประจำวัน โดยไม่ยึดติดกับผลลัพธ์ เช่น "ออกกำลังกายอย่างน้อย 3 ครั้งต่อสัปดาห์ โดยไม่สนใจว่าน้ำหนักจะลดหรือไม่"

  3. เป้าหมายเชิงคุณค่า (Value-Based Goals): มุ่งเน้นการใช้ชีวิตสอดคล้องกับค่านิยมส่วนตัว เช่น "ใช้เวลากับครอบครัวให้มากขึ้น โดยไม่ต้องมีเกณฑ์ว่ามากแค่ไหนถึงจะพอ"


4. ข้อควรระวัง

Open Goals ไม่ใช่ทางเลือกที่เหมาะกับทุกสถานการณ์:

  • ในงานที่มีกำหนดส่งชัดเจน (เช่น โครงการที่ต้องส่งภายในวันที่กำหนด) คุณยังคงต้องใช้เป้าหมายแบบปิด

  • บางคนอาจรู้สึก "ไร้ทิศทาง" หากไม่มีการวัดผลใดๆ เลย แนวทางที่ดีคือการ ผสมผสาน เช่น ใช้ Open Goals สำหรับเรื่องสุขภาพและความสุขส่วนตัว แต่ใช้ SMART สำหรับงานที่มีเดดไลน์

  • อาจวัดความก้าวหน้าได้ยาก หากคุณต้องการเห็นพัฒนาการที่ชัดเจน ควรมีวิธีบันทึกความรู้สึกหรือประสบการณ์แทนการนับตัวเลข


5. วิธีเริ่มต้นตั้ง Open Goals อย่างง่าย

ลองถามตัวเองด้วยคำถามเหล่านี้แทนการตั้งตัวเลข:

  • "วันนี้ฉันอยากรู้สึกอะไรหลังจากทำสิ่งนี้?"

  • "อะไรที่ทำให้ฉันรู้สึกมีชีวิตชีวา และฉันจะทำมันบ่อยขึ้นได้อย่างไร?"

  • "ถ้าไม่มีใครตัดสินฉัน ฉันจะทำอะไร?"

จากนั้นเขียนเป้าหมายในรูปแบบประโยคที่เริ่มด้วยคำว่า "สำรวจ...", "เปิดรับ...", หรือ "ค้นพบ..." แทนที่จะเริ่มด้วย "ต้อง" หรือ "ทำให้ได้"


แหล่งอ้างอิง:

  1. Swann, C., Hooper, A., Schweickle, M. J., & Vella, S. A. (2020). Defining open goals for the promotion of health behaviours: a critical conceptual review. Health Psychology Review, 14(4), 443-461.

  2. Pietsch, S., Smith, G., & Hagger, M. S. (2024). SMART goals are no more effective for creative performance than do-your-best goals or non-specific, exploratory ‘open goals’. Educational Psychology, 1-19.

  3. Swann, C., & Vella, S. A. (2021). Promoting physical activity with open goals: A pilot randomised controlled trial. Psychology of Sport and Exercise, 57, 102047.

  4. Hawkins, R. M., Swann, C., & Jackman, P. C. (2025). The effects of open and SMART goals on physical activity and psychological outcomes over one week: a multiple methods study. International Journal of Sport and Exercise Psychology, 1-19.


Image: Pexels.com

Comments

Leave a Comment